
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลการตรวจยืนยันผู้ติดเชื้อ พยาธิใบไม้ตับ หลังตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มนิสิตมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 4 ราย พร้อมย้ำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบ เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของโรค มะเร็งท่อน้ำดี
กรมควบคุมโรคเผยผลตรวจพยาธิใบไม้ตับ
นายแพทย์วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวว่า การตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจปัสสาวะ (OV-ATK) ในนิสิตจำนวน 2,200 ราย พบผลบวก 451 ราย ก่อนเก็บตัวอย่างอุจจาระ 309 ราย เพื่อตรวจยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน ได้แก่ Modified Kato Katz และ FECT
ผลการตรวจพบผู้ติดเชื้อ พยาธิใบไม้ตับ 4 ราย นอกจากนี้ยังพบพยาธิชนิดอื่น ได้แก่
- พยาธิใบไม้ลำไส้ขนาดเล็ก 4 ราย
- พยาธิตัวตืด 5 ราย
- พยาธิเส้นด้าย 2 ราย
- พยาธิแส้ม้า 1 ราย
กรมควบคุมโรคยืนยันว่าจะให้ยาถ่ายพยาธิเฉพาะผู้ที่ตรวจอุจจาระพบเชื้อเท่านั้น และอยู่ระหว่างพัฒนาแนวทางการใช้ชุดตรวจปัสสาวะร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังโรคในอนาคต
สถานการณ์พยาธิใบไม้ตับในประเทศไทย
แม้สถานการณ์การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับของประเทศไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้น โดยอัตราการติดเชื้อลดลงจาก 16.27% ในปี 2559 เหลือ 2.53% ในปี 2568 แต่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือตอนบน ยังเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง เนื่องจากยังพบพฤติกรรมการรับประทานปลาน้ำจืดดิบในหลายชุมชน
พยาธิใบไม้ตับ เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
นายแพทย์ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า พยาธิใบไม้ตับเป็น “ภัยเงียบ” ที่สามารถอาศัยอยู่ในร่างกายได้นานถึง 20–30 ปี โดยผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่แสดงอาการในระยะแรก
เมื่อพยาธิเข้าไปอาศัยในท่อน้ำดี จะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิด มะเร็งท่อน้ำดี สูงกว่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อประมาณ 5.5–6.4 เท่า ซึ่งเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงหากตรวจพบในระยะลุกลาม
วิธีป้องกันพยาธิใบไม้ตับ
กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติดังนี้
- รับประทานอาหารที่ปรุงสุก โดยเฉพาะปลาน้ำจืดทุกชนิด
- หลีกเลี่ยงเมนูปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ
- เลือกบริโภคปลาร้าที่ผ่านมาตรฐาน และปรุงสุกก่อนรับประทาน
- ผู้ที่รับประทานปลาดิบเป็นประจำ หรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง
- หากตรวจพบการติดเชื้อ ควรเข้ารับการรักษาและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงซ้ำ
นพ.ยงเจือ ยังย้ำว่า การบีบมะนาว การหมักดอง การใส่พริก หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับปลาดิบ ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อน รวมถึงแยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารสุก และขับถ่ายลงสุขาที่ถูกสุขลักษณะ
สรุป
แม้ประเทศไทยจะสามารถลดอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับได้อย่างต่อเนื่อง แต่โรคนี้ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ที่นิยมรับประทานปลาน้ำจืดดิบ การเลือกกินอาหารที่ปรุงสุกและเข้ารับการตรวจเมื่อมีความเสี่ยง จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (15 กรกฎาคม 2569)